บทที่ 4 คุณตื่นแล้วหรือ?

มาดูกันสิว่าเขาจะสรรหาคำพูดอะไรมาอ้างได้อีก

เธอให้ป้าสมศรีกลับไปก่อน เมื่อภาวิตเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาก็ตรงเข้ามาต่อว่าเธอทันที "หทัยทิพย์ เธอมันจะเกินไปแล้วนะ! ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหน้าเงินแบบนี้! ฉันเป็นแฟนเธอนะ คบกันมาตั้งนาน แต่เธอกลับไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเลยสักนิด! แล้วดูตอนนี้สิ อาของฉันยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลยแต่เธอกลับเสนอตัวจะไปมีลูกให้เขา!”

“มีลูกให้เขาแล้วก็จะได้มรดกมหาศาล ทำไมฉันจะไม่ยอมล่ะ?” เธอจงใจพูดแบบนี้เพื่อทิ่มแทงใจเขา แต่กลับไม่คิดว่า ภาวิตจะไม่เล่นไปตามบทที่วางไว้

“ทิพย์ ฉันคิดวิธีดี ๆ ออกแล้ว ตอนนี้อาของฉันขยับตัวไม่ได้ ไม่มีปัญญาทำให้เธอท้องได้หรอก แต่ฉันทำได้นะ! ถึงตอนนั้นก็ค่อยไปบอกคุณย่าว่าท้องลูกของอา ยังไงซะเด็กนี่ก็เป็นลูกหลานตระกูลบูญศิริเหมือนกัน ต่อให้คุณย่าจะโกรธแค่ไหน ท่านก็คงไม่ปฏิเสธเหลนของตัวเองหรอก”

หทัยทิพย์รู้ว่าผู้ชายคนนี้น่ารังเกียจ แต่ไม่คิดว่าเขาจะน่ารังเกียจได้มากกว่านี้อีก

“ภาวิต นายยังมีสมองอยู่รึเปล่า?” หทัยทิพย์หัวเราะเยาะ “คนรอบตัวคุณธนวัฒน์แต่ละคนไม่ใช่ธรรมดาเลยนะ ถ้าพวกเขารู้ว่าฉันท้องลูกของนาย นายคิดว่าพวกเขาจะปล่อยนายไปเหรอ?”

คำพูดของหทัยทิพย์เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดใส่ภาวิตจนหนาวไปถึงกระดูก

เขารู้ดีกว่าใครว่าลูกน้องของอาแต่ละคนโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดไหน แม้หลังจากที่อาของเขาประสบอุบัติเหตุคนพวกนี้จะเก็บตัวเงียบไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหายไปไหน

“ทิพย์ ตอนนี้เราอย่าเพิ่งเถียงกันเรื่องนี้เลย รอให้อาของฉันตายก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่เถอะ”

หทัยทิพย์เหลือบตามองเขา “แล้วถ้าเขาไม่ตายสักทีล่ะ? นายจะยอมรักษาพรหมจรรย์รอฉันไปตลอดได้เหรอ?”

คำถามนี้ทำเอาภาวิตพูดไม่ออก เมื่อเธอเห็นเขาตอบไม่ได้ ก็หัวเราะเยาะออกมา “ฉันกลับก่อนนะ คุณย่าของนายส่งหมอไปรอฉันที่บ้านอาของนายแล้ว”

หมอสองคนพาหทัยทิพย์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหลังจากผ่านกระบวนการกระตุ้นไข่ ก็เก็บไข่ของหทัยทิพย์เพื่อเตรียมทำเด็กหลอดแก้วโดยใช้เชื้ออสุจิที่ธนวัฒน์เคยฝากแช่แข็งไว้ก่อนที่โรงพยาบาล

หทัยทิพย์นอนอยู่บนเตียง หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ “ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสำเร็จคะ?”

หมอผู้หญิงตอบว่า “เรื่องนี้บอกยากค่ะ ถ้าอย่างเร็วก็สามสี่เดือน ถ้าอย่างช้าก็อาจจะนานกว่านั้น” เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “แต่คุณยังอายุยังน้อย ไม่แน่ว่าอาจจะสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกเลยก็ได้ค่ะ”

เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ในคืนหนึ่งหลังจากอาบน้ำเสร็จ หทัยทิพย์เดินออกมาจากห้องน้ำ

เธอสวมชุดนอน นั่งลงบนเตียงข้าง ๆ ธนวัฒน์เหมือนเช่นเคย ก่อนจะเริ่มตบเบา ๆ ที่น่องของตัวเอง

เธอมองชายหนุ่มที่หลับใหลอยู่ข้างกาย หลายวันที่ผ่านมา หทัยทิพย์เริ่มคุ้นชินกับการมีสามีที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้าง ๆ ทุกคืนแล้ว

จากตอนแรกที่ประหม่าจนไม่กล้านอนหลับสนิท แต่ตอนนี้กลับนอนหลับสบายเป็นพิเศษในทุกคืน บางคืนก็ยังยังนอนหลับสนิทฝันดีอีกด้วย

บ่อยครั้งที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วพบว่าตัวเองกอดธนวัฒน์แน่นเหมือนปลาหมึก

ตอนแรก ๆ เธอกลัวมาก แต่ก็คิดว่า ยังไงธนวัฒน์ก็ไม่รู้สึกตัว ยังไงก็ไม่รับรู้อะไรอยู่เเล้ว เธอก็เลยใจกล้าขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกคืน เธอจะขยับตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของธนวัฒน์โดยอัตโนมัติ ซบอยู่กับอกของเขาแน่น โดยที่ธนวัฒน์นอนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับปล่อยให้เธอทำตามใจชอบ

เธอซบอยู่ข้างเขา วางมือบนหน้าอกของเขา สัมมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อของชายหนุ่มผ่านเนื้อผ้าชุดนอนบาง ๆ ได้อย่างชัดเจน

ร่างกายของเขายังคงอุ่น แม้ในอากาศที่เริ่มเย็นลงแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกสบายดีเหมือนกัน หทัยทิพย์แอบคิดในใจว่า หากธนวัฒน์ยังมีสุขภาพแข็งแรงดีก็คงจะดีไม่น้อย

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูดีขนาดนี้ แถมยังร่ำรวยอีก จะมีคนอิจฉาเธอที่ได้เป็นนายหญิงของเขาคนนี้สักกี่คนกันนะ! แต่น่าเสียดายที่เป็นคนที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

หทัยทิพย์พลันคิดอีกมุมหนึ่ง หากธนวัฒน์เป็นคนที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง ตำแหน่งนายหญิงนี้ต่อให้เธอรออีกแปดร้อยปีก็คงไม่ถึงตาเธอได้นั่งหรอก

หทัยทิพย์หยุดการนวดน่อง ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งบนเตียง แล้วขยับเข้าไปใกล้ธนวัฒน์มากขึ้น

เธอยกแขนของเขาขึ้นมาวางบนขาของตัวเอง แล้วช่วยนวดเบา ๆ ให้เขา ขณะะที่นวดเธอก็พูดเบา ๆ ว่า “ฉันได้ยินมาว่าคนไข้ที่นอนติดเตียงนาน ๆ เลือดลมจะไหลเวียนไม่สะดวก ฉันช่วยนวดให้นะคะ พอคุณตื่นขึ้นมากล้ามเนื้อจะได้ไม่แข็ง”

พอนวดแขนเสร็จ เธอก็เริ่มนวดขาให้เขาต่อ ขาของชายหนุ่มมีรูปทรงที่สวยงาม แม้จะนอนอยู่บนเตียงมาครึ่งปีแล้ว แต่กล้ามเนื้อขาของเขาก็ไม่ได้ลีบลงเลย

ดูแล้วธนวัฒน์น่าจะตัวสูงมาก หากเขาลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ ก็คงจะได้เห็นสัดส่วนของศีรษะกับลำตัวที่สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ

มือเล็ก ๆ ของหทัยทิพย์ยังคงนวดบนขาของชายหนุ่มอย่างขยันขันแข็ง

พอเริ่มเมื่อย เธอก็หยุดพักสักครู่ แล้วก็นวดต่อในขณะที่นวดก็พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย

“ธนวัฒน์คะ ฉันได้ยินมาว่าคุณยังไม่เคยมีแฟนเลย คนอื่นบอกว่าร่างกายคุณไม่ค่อยดี มีโรคประจำตัวซ่อนอยู่... แต่ฉันว่าร่างกายคุณก็ดูดีออกนี่คะ! แขนที่แข็งแรงนี่... ต้นขาที่แน่น ๆ นี่...”

เธอนวดไล่ลงมาตามต้นขาด้านใน... เพราะขยับตัวมากไปหน่อยจนเริ่มมีเหงื่อซึม เธอจึงถอดเสื้อคลุมนอนตัวนอกออก เหลือเพียงชุดสายเดี่ยวบาง ๆ

ทันใดนั้นดวงตาของธนวัฒน์ก็เบิกโพลงขึ้น ดวงตาสีอำพันที่ดูลุ่มลึกราวกับอัญมณีคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่มือเล็ก ๆ ของเธอ... ที่วางอยู่ใกล้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ก่อนที่สายตาจะเลื่อนมาจับจ้องที่หทัยทิพย์ เธอตกใจกับประกายในตาคู่นั้นจนเผลอหยุดชะงักมือลงทันที

ถึงแม้จะเคยเห็นเขาตอนลืมตามาก่อน แต่ทุกครั้งที่เห็น หทัยทิพย์ก็ยังคงตกใจอยู่ดี

“ฉันนวดแรงไปเหรอคะ? แต่ฉันแทบไม่ได้ออกแรงเลยนะ!” นิ้วมือของเธอยังคงวางค้างอยู่บนขาของเขา

เธอยกมือขึ้นตบแขนและขาของเขาเบา ๆ การกระทำของเธอเบามาก ไม่น่าจะทำให้คนเจ็บตรงไหนได้ ทว่าในวินาทีต่อมา เธอกลับต้องเบิกตากว้างและแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยความช็อก

เขามองจ้องมาที่เธอ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เธอเป็นใคร?” เขาพูดช้า ๆ แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

“คุณธนวัฒน์ คุณตื่นแล้วเหรอคะ?” หทัยทิพย์เบิกตากว้าง มองใบหน้าของเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป